28 มกราคม 2009

งานพิธีกรชอบนะแต่พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง

งานพิธีกร เป็นงานที่ต้องอาศัยทักษะการพูดสื่อสาร ตั้งแต่การพูดเพื่อแนะนำบอกกล่าว การพูดให้ข้อมูล การพูดเชื่อมโยงให้เหตุการณ์ ณ ขณะนั้นต่อเนื่องรื่นไหล ไปจนเสร็จสิ้นงาน พิธีกร เกือบเป็นเหมือนผู้กำกับให้เหตุการณ์ต่างๆดำเนินไป ภาษาอังกฤษใช้ว่า Master of the ceremonies หรือเรียกย่อว่า MC (อ่านว่า เอ็มซี) ถ้าชอบเป็นพิธีกร ลองหัดจากสถานการณ์ภาคบังคับในห้องเรียนที่คุณครูมอบหมายให้ออกมารายงานลองเป็นผู้แนะนำชื่อ สกุล และเกร็ดเล็กๆน้อยๆของสมาชิกในกลุ่มแต่ละคน หัดบ่อยๆจะพูดได้ราบรื่นสละสลวย น่าฟัง และวิธีที่ดีที่สุด คือการเขียนบทพูด หรือร่างคำพูดที่เราจะพูด และฝึกซ้อมพูดไปก่อน หากเราหมั่นฝึกฝน หรือที่เรียกว่า "ทำการบ้าน"มาดี เราก็จะเป็นพิธีกรที่ดีได้ไม่ยากค่ะครั้งแรกที่พี่เป็นพิธีกร พี่ประหม่ามาก พี่ไม่ใช่คนสวย แล้วก็ไม่ใช่คนเก่งด้วย แต่ด้วยหน้าที่ พี่ก็ต้องทำพี่พูดครั้งแรก ขึ้นต้นในงานสัมมนาว่า"กราบเรียนท่านประธานที่เราคพ..."..ประธานที่ทำหน้าเคร่งท่านนั้น กลับเป็นยิ้มแฉ่ง ท่าทางสบายอกสบายใจ แขกผู้มีเกียรติก็อมยิ้มแก้มตุ่ย.. พี่ตั้งสติทันรีบกล่าวขออภัย นึกในใจว่าอนาคตของฉันช่างมืดมนอะไรเช่นนี้ แล้วแข็งใจทำหน้าที่ไปจนเสร็จงานพร้อมกับได้บทเรียนบทใหญ่บทหนึ่งในการเป็นพิธีกร... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พีธีกรต้องแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าให้ดีที่สุด ด้วยความจริงใจ ด้วยความรับผิดชอบและด้วยไหวพริบทั้งหมดที่เรามี...ศาสตร์นิเทศศาสตร์จะช่วยให้น้องเป็นพิธีกรได้ไม่ยาก ที่ชัดที่สุดคือเอกประชาสัมพันธ์ เพราะงานหลักคือเป็นผู้ให้ข้อมูลข่าวสารในนามองค์กร ต้องอาศัยการพูดเยอะ วิชาภาษาไทยที่น้องเรียนในชั้นมัธยมก็คงสอนการฝึกพูดพอสมควรการอ่านมาก รับรู้ข้อมูลต่างๆให้มาก ก็จะทำให้การพูดดูดี น่าฟัง น่าเชื่อถือ เพราะแสดงถึงการเป็นผู้มีความรู้ดี ขอเอาใจช่วยให้น้องได้เป็นพิธีกรสมความตั้งใจนะครับ

ผมเรียนนิเทศต้องเรียนเทคโนโลยีสารสนเทศ...หรอครับ


มารู้จัก..เทคโนโลยี หมายถึง การประยุกต์เอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ การศึกษาพัฒนาองค์ความรู้ต่าง ๆ ก็เพื่อให้เข้าใจธรรมชาติ กฎเกณฑ์ของสิ่งต่าง ๆ และหาทางนำมาประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ เทคโนโลยีจึงเป็นค้าที่มีความหมายกว้างไกล เป็นคำที่เราได้พบเห็นและได้ยินอยู่ตลอดมา
ลองนึกดูว่าทรายที่เราเห็นอยู่บนพื้นดิน ตามชายหาด ชายทะเลเป็นสารประกอบของซิลิกอน ทรายเหล่านั้นมีราคาต่ำและเรามองข้ามไป ครั้งมีบางคนที่เรียนรู้วิธีการแยกสกัดเอาสารซิลิกอนให้บริสุทธิ์ และเจือสารบางอย่างให้เกิดเป็นสิ่งที่เรียกว่าสารกึ่งตัวนำ นำมาผลิตเป็นทรานซิสเตอร์ และไอซี (Integrated Circuit : IC) ไอซีนี้เป็นอุปกรณ์ที่รวมวงจรอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากไว้ด้วยกัน ใช้เป็นชิพซึ่งเป็นส่วนสำคัญของคอมพิวเตอร์สารซิลิกอนดังกล่าวเมื่อผ่านกรรมวิธีทางเทคโนโลยีแล้วจะมีราคาสูงสามารถนำมาขายได้เงินเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเทคโนโลยีจึงเป็นหัวใจของการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพราะเรานำเอาวัตถุดิบมาผ่านเทคนิคการดำเนินการ จะได้วัตถุสำเร็จรูป สินค้าเหล่านี้จะมีมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบนั้นมาก ประเทศใดมีเทคโนโลยีมากมักจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว เทคโนโลยีจึงเป็นหาทางที่จะช่วยในการพัฒนาให้สินค้าและบริการมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ทุกประเทศจึงให้ความสำคัญของการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาช่วยงานด้านต่าง ๆ ส่วนคำว่าสารสนเทศ หมายถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ มนุษย์แต่ละคนตั้งแต่เกิดมาได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก เรียนรู้สภาพสังคมความเป็นอยู่ กฎเกณฑ์และวิชาการ ลองจินตนาการดูว่าภายในสมองของเราเก็บข้อมูลอะไรบ้าง เราคงตอบไม่ได้ แต่สามารถเรียกเอาข้อมูลมาใช้ได้ ข้อมูลที่เก็บไว้ในสมองเป็นสิ่งที่สะสมกันมาเป็นเวลานาน ความรอบรู้ของแต่ละคนจึงขึ้นอยู่กับการเรียกใช้ข้อมูลนั้น ดังนั้นจะเห็นได้ชัดความรู้เกิดจากข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ทุกวันนี้มีข้อมูลรอบตัวเรามาก ข้อมูลเหล่านี้มาจากสื่อ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่การสื่อสารระหว่างบุคคล จึงมีผู้กล่าวว่ายุคนี้เป็นยุคของสารสนเทศ

ไม่แคร์สื่อแต่แคร์อำนาจ

สื่อมวลชนบางสื่อ เช่น วิทยุและโทรทัศน์ กลัวอำนาจรัฐหรืออำนาจทุน ยอมที่จะไม่รายงานข่าวในสิ่งที่จะทำให้ผู้บริหารสถานี เกิดปัญหาหรือเลือกที่จะรายงานข่าวแบบเรียบๆ ไม่กระทบกระทั่งใคร โดยอ้างว่านั่นคือความเป็นกลางแบบเอาตัวรอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คำถามเกี่ยวกับบทบาทสื่อมวลชนในการทำข่าวสถานการณ์ภาคใต้ ผู้ถามเป็นสื่อมวลชนแขนงหนึ่งซึ่งต้องสูญเสียบิดาด้วยการฆ่าตัดคอที่ จ.นราธิวาส ด้วยฝีมือของคนร้ายในขบวนการก่อความไม่สงบ
เธอผู้นี้เสนอความเห็นในที่ประชุมสัมมนาว่า สื่อมวลชนไทยควรไม่เสนอข่าวความรุนแรงอันเกิดจากการสังหารโหดทุกคดีที่เกิดจากขบวนการเหล่านี้ เพราะยิ่งสร้างความฮึกเหิม ทำให้เกิดตัวชี้วัดแห่งความสำเร็จของคนกลุ่มนี้ และยิ่งทำให้ประชาชนคนไทยในพื้นที่ยิ่งอยู่ในภาวะตึงเครียดมากยิ่งขึ้น เป็นคำถามที่ตอบยากมาก เพราะเท่ากับต้องล้มทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารมวลชนและหลักการรายงานข่าวไปเสีย ทั้งนี้ เพราะการไม่รายงานเหตุการณ์ที่มีความสำคัญและมีผลกระทบต่อสาธารณะก็เท่ากับปกปิดข้อมูลข่าวสาร การไม่นำเสนอความจริงที่เกิดขึ้นในสังคม ก็เป็นการทำหน้าที่ที่ขัดต่อข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมในวิชาชีพด้านสื่อมวลชนด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนมีความเห็นว่า ภายใต้สภาวิกฤตความขัดแย้งในชาติเช่นนี้ สื่อมวลชนควรมีบทบาทในการสะท้อนความเป็นไปในสังคมอย่างสร้างสรรค์ เป็นธรรม และละเอียดอ่อนกับข้อมูลบางส่วนที่ล่อแหลม การละเลงสี การรายข่าวอย่างเอามันเพียงเพื่อยอดขาย หรือเพื่อสนองความสะใจในการแบ่งข้างของตนเอง โดยไม่คำถึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติและประชาชน อาจถือได้ว่าสื่อมวลชนมีบทบาทในการเป็นผู้สร้างภัยคุกคามแบบใหม่เสียเอง

25 มกราคม 2009

ช่างฝัน...เฟื่อง หนังสั้นที่เขียนจากความคิด

การเขียนบทภาพยนตร์เริ่มต้นที่ไหน เป็นคำถามที่มักจะได้ยินเสมอสำหรับผู้ที่เริ่มหัดเขียนบทภาพยนตร์ใหม่ ๆ เช่น ควรเริ่มช็อตแรก เห็นยานอวกาศลำใหญ่แล่นเข้ามาขอบเฟรมบนแล้วเลยไปสู่แกแล็กซี่เบื้องหน้าเพื่อให้เห็นความยิ่งใหญ่ของจักรวาล หรือเริ่มต้นด้วยรถที่ขับไล่ล่ากันกลางเมืองเพื่อสร้างความตื่นเต้นดี หรือเริ่มต้นด้วยความเงียบมีเสียงหัวใจเต้นตึกตัก ๆ ดี หรือเริ่มต้นด้วยความฝันหรือเริ่มต้นที่ตัวละครหรือเหตุการณ์ดี เหล่านี้เป็นต้น บางคนบอกว่ามีโครงเรื่องดี ๆ แต่ไม่ทราบว่าจะเริ่มอย่างไรการเริ่มต้นเขียนบทภาพยนตร์ เราต้องมีเป้าหมายหลักหรือเนื้อหาเป็นจุดเริ่มต้นการเขียน เราเรียกว่าประเด็น (Subject) ของเรื่อง ที่ต้องชัดเจนแน่นอน มีตัวละครและแอ็คชั่น ดังนั้น นักเขียนควรเริ่มต้นจากจุดนี้พร้อมด้วยโครงสร้าง (Structure) ของบทภาพยนตร์ประเด็นอาจเป็นสิ่งที่ง่าย ๆ เช่น มนุษย์ต่างดาวเข้ามาเยือนโลกแล้วพลัดพลาดจากยานอวกาศของตน ไม่สามารถกลับดวงดาวของตัวเองได้ จนกระทั่งมีเด็ก ๆ ไปพบเข้าจึงกลายเป็นเพื่อนรักกัน และช่วยพาหลบหนีจากอันตรายกลับไปยังยานของตนได้ นี่คือเรื่อง E.T. – The Extra-Terrestrial (1982) หรือประเด็นเป็นเรื่องของนักมวยแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวทที่สูญเสียตำแหน่งและต้องการเอากลับคืนมา คือเรื่อง Rocky III หรือนักโบราณคดีค้นพบโบราณวัตถุสำคัญที่หายไปหลายศตวรรษ คือเรื่อง Raider of the Lost Ark (1981) เป็นต้นการคิดประเด็นของเรื่องในบทภาพยนตร์ของเราว่าคืออะไร ให้กรองแนวความคิดจนเหลือจุดที่สำคัญมุ่งไปที่ตัวละครและแอ็คชั่น แล้วเขียนให้ได้สัก 2-3 ประโยค ไม่ควรมากกว่านี้ และที่สำคัญไม่ควรกังวลในจุดนี้ว่าจะต้องทำให้บทภาพยนตร์ของเราถูกต้องในแง่ของเรื่องราว แต่ควรให้มันพัฒนาไปตามแนวทางของขั้นตอนการเขียนจะดีกว่าสิ่งแรกที่เราควรฝึกเขียนคือต้องบอกให้ได้ว่าเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร เช่น เรื่องเกี่ยวกับความดีและความชั่วร้าย หรือเกี่ยวกับความรักของหนุ่มชาวกรุงกับหญิงบ้านนอก ความพยาบาทของปีศาจสาวที่ถูกฆาตกรรม ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ความคิดที่ยังขาดแง่มุมของการเขียนว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป จึงต้องชัดเจนมากกว่านี้ โดยเริ่มที่ตัวละครหลักและแอ็คชั่น ดังนั้นประเด็นของเรื่องจึงเป็นสิ่งสำคัญของจุดเริ่มต้นการเขียนบทภาพยนตร์อย่างไรก็ตาม การเขียนบทภาพยนตร์สำหรับนักเขียนหน้าใหม่ ควรค้นหาสิ่งที่น่าสนใจจากสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัวของนักเขียนเอง เขียงเรื่องที่เกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองรู้ ทำให้ได้รายละเอียดในเชิงลึกของเนื้อหา เกิดความจริง สร้างความตื่นตะลึงได้ เช่นเรื่องในครอบครัว เรื่องของเพื่อนบ้าน เรื่องในที่ทำงาน ของตนเอง เรื่องในหนังสือพิมพ์รายวัน เป็นต้น ไม่แตกต่างจากผมที่เอาชื่อฉายา...หนุ่มช่างฝัน....หรือนามที่ใช้จัดรายการวิทยุมาทำเป็นหนั้งสั้นบอกตามตรงว่าใช้ชื่อเป็นโครงเรื่องแต่เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช้เรื่องจริง...เกิดจากจิตรนาการเท่านั้นชึ่งหนั้งสั้นที่ทำเรื่องนี้ไม่ได้สอนคนดูแต่ต้องการให้คนดูได้เปิดประสบการณืใหม่ๆๆๆๆเท่านั้น

21 มกราคม 2009

ละครเวที คือ เรื่องราวของมนุษย์

ว่ากันว่า "ละคร คือ เรื่องราวของมนุษย์"
เพราะละครสะท้อนให้เห็นภาพการกระทำของมนุษย์ ตลอดจนชีวิตมนุษย์ในแง่มุมต่างๆ ตามมุมมองของนักเขียนบทละคร ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้ง ขมขื่น เจ็บปวด กล้าหาญ หรือน่าขบขัน ในชีวิตของมนุษย์แต่ละคน หากจะพูดถึงการทำละครเวที จะนึกถึงอะไรเป็นสิ่งแรก ทุกคนจะให้คำตอบเป็นเสียเดียวกันว่า "เรื่อง" หรือ ถ้าจะใช้ภาษาให้เฉพาะเจาะจงลงไปนั้นก็คือ "บทละคร" เพราะบทละครคือส่วนที่สำคัญที่สุดในการทำละครทุกชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งละครเวที เพราะมันคือ ตัวกำหนดองค์ประกอบอื่นๆ ทุกอย่างในละคร ไม่ว่าจะเป็น โครงของเรื่อง สีสันของแสง ฉาก เสื้อผ้า และรวมไปถึงการแสดง (acting) ของนักแสดงด้วย เพราะแน่นอนว่าการแสดงในละครตลก ย่อมต้องมีลีลาการแสดงที่ต่างไปจากการแสดงละครชีวิต วัฒนธรรมการแสดงละครเวทีของบ้านเรามักไม่มีบท ยกเว้นแต่ว่าเป็นละครสมัยใหม่ที่ทำตามตะวันตก ละครรำ ละครร้อง แต่อย่าลืมว่าเรามาจากการเล่าเรื่องก่อน มาจากการจำเพื่อร้องเพลง และคอรัสก็เป็นผู้หญิง ยกเว้นอย่างเดียวคือการภาคโขน เพราะฉะนั้นที่จริงแล้วในบ้านเราเวลาพูดถึงผู้หญิงกับละคร หรือละครที่ผู้หญิงเขียนจะพบว่า จริงๆ แล้วผู้หญิงอยู่ในวงการละครมานานมากแล้ว เราต้องยอมรับก่อนว่าละครเวทีส่วนมากในบ้านเราผลิตโดยผู้หญิง ซึ่งบางครั้งอาจจะเป็นการแปลมาจากบทละครที่ผู้ชายเป็นคนเขียน แต่ว่าในเมืองไทยวงการนี้ผู้หญิงเป็นใหญ่ และในส่วนเมื่อผมอีกคนที่ทำละครและเล่นละครเวทีมาหลายเรื่องจะถูกมองว่าผู้ชายที่ชอบละครเวทีเล่นละครเวทีจะไม่ใช่ผู้ชายที่แท้จริงผมเลยมองว่าไม่ถูกต้อง ในเมี่อศิลปะในแขวงนี้ทุกคนสามารถเสพได้และผมอีกคนก็เลือกที่จะเสพศิลปะด้านละครเวที

ดีเจ หรือคือจุดเริ่มต้นของความบ้ามายา

คุณอาจจะเป็นดีเจด้วยหลายๆ อย่างเช่น เงิน ความเท่ห์ เป็นคนที่ดูมีเสน่ห์ รักในเสียงเพลง หรือมีความต้องการที่จะรู้จักพบปะผู้คน ฯลฯ ดีเจที่ไม่สำนึกในอาชีพของตัวเองว่า มีความสำคัญต่อธุรกิจบันเทิงและมีหน้าที่สร้างความบันเทิง ส่วนความบันเทิงสามารถให้คำจำกัดความได้ว่า การทำให้พึงพอใจ การทำให้สนุก การทำให้มีความสุข เพราะฉะนั้น หน้าที่ของอาชีพดีเจก็คือ การเลือกเพลงและมิกซ์มันให้ถูกต้อง เป็นกฏ 2 อย่างหลักๆที่จะทำให้คุณก้าวหน้าในอาชีพนี้ได้ง่าย แต่สองสิ่งนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำเหมือนกับคนเราที่รู้ว่าทำดีทำอย่างไร แต่เวลาทำไม่ค่อยจะทำหรือทำได้ไม่ค่อยดีการเรียงเพลงหรือการเลือกเพลงมาเปิดนั้น เป็นจิตวิทยาอย่างหนึ่งที่จะต้องเรียนรู้จากคนที่มาเที่ยว คนที่มาฟังการนำเสนอของคุณ และเรียนรู้จากรความผิดพลาดหรือจากตัวอย่างต่างๆ จิตวิทยาเรื่องวิธีการที่จะมิกซ์ดนตรีมันเป็นศิลปะ ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการศึกษา โดยที่เราสามารถศึกษาจากคนที่ทำงานด้านนี้หรือที่ผลิตงานด้านนี้มาก่อน การมิกซ์เพลงเปรียบเสมือนมายากล เป็นเหมือนการซ้อนเพลง จากเพลงหนึ่งเข้าไปในอีกเพลงหนึ่งโดยที่คนเต้นหรือลูกค้าที่มาเที่ยวต้องไม่รุ้ถึงความเปลี่ยนแปลงของเพลงที่จะทำให้เขารู้สึกสดุด การที่คุณจะเป็นดีเจที่มีระดับยิ่งๆขึ้นไป คุณต้องคำนึงถึงหลัก 3 ข้อคือ การเลือกเพลงที่ดี / การเปิดเพลงที่ดี / การดูแลผู้คนที่ดี แล้วมันก็จะกลายมาเป็นธรรมชาติของคุณ และธรรมชาติของคนที่จะประสบความสำเร็จของคนที่จะทำงานในอาชีพนี้ เพราะฉะนั้น 3 อย่างนี้คุณควรจะฝึกฝนและวิเคราะห์มัน

08 มกราคม 2009

หนุ่มช่างฝัน

เปิดตัวอย่างแน่นอนแล้วครับกับ radio in thailand เจอกันได้ทุกวันอังคาร-พุธ เวลา 11.00-14.00 และวันศุกร์ 12.00-14.00 คัยที่ชอบแนวเพลงอินดี้เปิดมาได้เลยนะครับที่ www.radio.in.th เดี๋ยวเราได้คุยกันแน่มีเมาล์ทั้งเรื่องดารากับป๋มดีเจปากตลาดถ้าคุณพร้อมไปเจอกันเลยคร๊าบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ